โหดแค่ไหน...ก็ยังติดใจ รัสเซีย (Part 3 - Saint Petersburg)

Updated: Jul 8

สุดท้าย แต่ยังไม่ท้ายสุด อีกเมืองยอดนิยมของนักเดินทางในการมาเที่ยวประเทศรัสเซีย "Saint Petersburg" ที่จะทำให้ตะลึงกับความสวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน ของงานศิลปะสถาปัตยกรรมที่ไม่แพ้เมืองดังๆ ในยุโรป ด้วยความที่เคยเป็นเมืองหลวงใหม่ กลายเป็นเมืองหลวงเก่าของรัสเซีย และยังมีกลิ่นอายความเป็นเวนิสแห่งยุโรปเหนือ จนได้ขึ้นเป็นมรดกโลก ถึงเบื้องหลังความสวยงามของเมืองแห่งนี้จะมีเรื่องเศร้านับไม่ถ้วน แต่ทุกที่ก็ล้วนมีอดีตให้เรียนรู้ และรอให้นักเดินทางอย่างเราๆ ออกไปสัมผัสด้วยใจ

อ่านรีวิว (Part 1 - Moscow)

อ่านรีวิว (Part 2 - Murmansk)

หลังจากผ่านความหนาวแบบสุดขั้วที่ Murmansk มาแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศกลับเข้ามาเที่ยวในเมืองใหญ่ ซึ่งสามารถเดินทางด้วยเครื่องบินภายในประเทศจาก Murmansk สู่เมือง Saint Petersburg ลงที่สนามบิน Pulkovo เพียง 2 ชม.กว่าๆ ส่วนการเข้าเมืองยังไม่มีรถไฟออกจากสนามบินโดยตรง ต้องขึ้นรถประจำทางสาย 39 มาที่สถานีรถไฟ Metro Moskovskaya Station ประมาณ 30-45 นาที แล้วต่อรถไฟมาลงสถานี Nevsky Prospekt ซึ่งเป็นถนนศูนย์กลางของ Saint Petersburg

ถนน Nevsky Prospekt ถือได้ว่าเป็นถนนสายประวัติศาสตร์ของเมือง Saint Petersburg ตลอดเส้นทางที่มีความยาวประมาณ 4.5 กิโลเมตร จะได้พบกับสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์และเก่าแก่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18-20 รวมถึงแหล่งที่เที่ยวสำคัญๆ เช่น พระราชวัง โบสถ์ และร้านค้ามากมาย

Dom Knigi ร้านหนังสือที่อยู่ใจกลางเมือง Saint Petersburg กับบรรยากาศความคลาสสิคด้วยอายุที่เก่าแก่ และมีพื้นที่ถึง 7 ชั้นบนตึกหอคอยโดมแก้ว ด้านบนสามารถนั่งอ่านหนังสือจิบกาแฟ ชมวิวถนน Nevsky Prospekt และฝั่งตรงกันข้ามเป็นมหาวิหารคาซาน (Kazan Cathedral) หนึ่งในโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมือง

ออกจากร้านหนังสือ เดินเลียบคลอง Griboyedov ไปก็จะเจอโบสถ์หยดเลือด (Church of Christ’s Resurrection) ซึ่งที่นี่นอกจากจะโดดเด่นด้วยสีสันสวยงามสะดุดตาแล้ว ยังมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่สุดเศร้าจากเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2

เมื่อเดินไปตามถนน Nevsky Prospekt มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก จากโบสถ์แห่งหยดเลือดไปประมาณ 1 กม. ก็จะถึงจัตุรัสพาเลซ (Dvortsovaya Square) ที่มีเสาหินอเล็กซานเดอร์ (Alexander Column) หนึ่งในอนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Saint Petersburg ตั้งเด่นอยู่กลางลานกว้าง

และในบริเวณเดียวกันก็เป็นที่ตั้งของ Winter Palace (Hermitage Museum) หรือพระราชวังฤดูหนาว เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญ และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งถ้าหากใครอยากมาดู และศึกษาวัตถุอันล้ำค่าทุกชิ้นทั้งหมดภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ต้องใช้เวลามากถึง 15 ปี

ด้านหลังพระราชวังฤดูหนาว มีแม่น้ำเนวา (Neva River) เปรียบเสมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเมือง Saint Petersburg ต้นกำเนิดมาจากทะเลสาบลาโดกาไหลไปทิศทางตะวันตกสู่อ่าวฟินแลนด์ ช่วงยามเย็นก็จะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม

ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 1 กม. เป็นที่ตั้งของวิหารเซ็นไอแซค (St. Isaac’s Cathedral) ที่มียอดโดมฉาบด้วยทองคำแท้ 100 กิโลกรัม และภายในตกแต่งวิจิตรตระการตาอลังการมาก เรียกได้ว่าเป็นโบสถ์สวยที่สุดในรัสเซียเลยก็ว่าได้

ขากลับมา เดินตามถนน Nevsky Prospekt ในช่วงยามค่ำ ก็จะได้สัมผัสความงดงามของอาคาร ตึกรามต่างๆ ท่ามกลางแสงไฟประดับประดา ดูสวยไปอีกแบบ

ที่ Saint Petersburg ยังมีพระราชวังที่โด่งดังและสวยงาม ที่ถ้ามาเที่ยวแล้วก็มาก็ต้องมาให้ถึง อย่างพระราชวังแคทเธอรีน และพระราชวังปีเตอร์ฮอฟ หรือ พระราชวังฤดูร้อน ซึ่ง 2 พระราชวังนี้จะต้องเดินทางออกไปนอกเมืองกันสักหน่อย


เริ่มจากพระราชวังแคทเธอรีน สามารถนั่งรถไฟ Metro สายสีน้ำเงิน ลงที่สถานี Kupcino แล้วต่อมินิบัส สาย K-177 หรือ K-342 หรือ 545-A ถ้าขึ้นไม่ถูกก็ถามคนแถวนั้นได้เลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. 40 นาที

ในวันที่หิมะตกหนัก พระราชวังแคทเธอรีน (Catherine Palace) พระราชวังสีฟ้าแห่งเมือง Pushkin ก็ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาว การมายืนรอต่อคิวท่ามกลางความหนาวไม่ใช่เรื่องสนุกเลย แต่เมื่อได้เข้าไปข้างในเห็นความงดงามของศิลปะและการตกแต่งแล้วต้องร้องว้าววว.. คุ้มค่ากับการยืนรอ พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างให้เป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระนางแคทเธอรีนที่ 1 พระมเหสีของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ปัจจุบันมีการตกแต่งต่อเติมจากเดิมที่เคยถูกทำลายมาหลายยุคหลายสมัย

ส่วนพระราชวังปีเตอร์ฮอฟ (Peterhof Palace) หรือ พระราชวังฤดูร้อน สามารถเดินทางมาด้วยรถไฟใต้ดิน Metro สายสีแดง ลงที่สถานี Avtova แล้วเดินข้ามฝั่งไปขึ้นรถตู้ สาย 224 หรือ 424 สังเกตุป้ายหน้ารถจะเขียนว่า Петергоф ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. 15 นาที

ปีเตอร์ฮอฟ เป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช มีความโดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานบาร็อกและเรเนซองส์ ภายในพื้นที่พระราชวังรายล้อมด้วยสวนสำหรับพักผ่อน และมีน้ำพุ รูปปั้นแกะสลักสีทองจำนวนมาก เป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาถายรูป (โชคดีที่น้ำพุเปิด เพราะปกติถ้ามาหน้าหนาวจะไม่ค่อยได้เห็น)

ด้านหน้าของพระราชวังปีเตอร์ฮอฟติดกับอ่าวฟินแลนด์ ถ้ามาเที่ยวช่วงฤดูร้อนสามารถนั่งเรือข้ามอ่าวมาจากฝั่ง Saint Petersburg ได้เลย ตลอดทางเดินเข้ามายังพระราชวังบรรยากาศสวนของที่นี่ร่มรื่น มีกระรอกตัวน้อยๆ ออกมาต้อนรับอยู่ตามต้นไม้ด้วย

หากมีเวลาแนะนำที่เที่ยวอีก 1 สถานที่ใน Saint Petersburg กับป้อมปราการเมือง Peter and Paul Fortress) ลงที่สถานี Gorkovskaya แล้วเดินข้ามสะพานอีกนิดเดียว จุดสังเกตุคือ มหาวิหารปีเตอร์แอนด์ปอล ที่มียอดแหลมสูงเด่ดมองเห็นมาแต่ไกล ป้อมปราการแห่งนี้ถือเป็นจุดกำเนิดของ Saint Petersburg ที่ใช้ป้องกันประเทศ และเป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมือง

เหลืออีก 1 วันสุดท้ายที่เราต้องเตรียมตัวเดินทางกลับ เนื่องจากตั๋วเครื่องที่บินที่จองไว้เป็นแบบไปกลับ กรุงเทพฯ-มอสโก (เพราะตั๋วถูกกว่าบินกลับจาก Saint Petersburg) และประหยัดค่าโรงแรมไปอีก 1 คืน ก็เลยต้องหาทางกลับไป Moscow ก่อน เที่ยวนี้อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งรถไฟดูบ้าง

รถไฟนอน (Night Train) จะออกจาก Saint Petersburg ประมาณตี 1 ที่สถานี Moskovsky station ไปถึง Moscow ประมาณ 10 โมงเช้า ที่สถานี Leningradsky station ถ้าหากเที่ยวบินกลับดึก ก็ยังสามารถนั่งรถไฟ Metro เข้าไปเที่ยวใน Moscow ได้อีกหลายชม. ไม่ต้องห่วงสัมภาระเพราะที่สถานีรถไฟมีรับฝากกระเป๋า

และนี่คงไม่ใช่จุดหมายสุดท้ายของการมาเที่ยวรัสเซีย อย่างที่รู้ๆกันว่าประเทศใหญ่ขนาดนี้ มีที่ให้เที่ยวอีกเยอะ นี่เป็นแค่การเริ่มต้น และคงได้มาอีกถึงจะโหดแค่ไหนก็ไม่หวั่น

Winter moments in Russia

ลองตามไปเที่ยวทะเลสาบไบคาลกันได้นะ อีกหนึ่งที่เที่ยวในรัสเซียที่แนะนำ

https://www.k9atw.com/post/lake-baikal-travel-review-2019

#Russia #Moscow #Murmansk #SaintPetersburgs #Husky #Aurora






61 views

Copyright © 2020 K9 Around The World, all rights reserved.

If you interested that any content posted on the Website, you can send us a message including all information.

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon
  • White Twitter Icon