เที่ยวโอมาน...เหมือนได้กลับบ้านเกิด

Updated: 7 days ago

หลังจากห่างหายจากการเดินทางไปต่างประเทศถึงสองปีที่ใช้ชีวิตอยู่กับโควิด กระเป๋าเดินทางก็พร้อมถูกเปิดออกมาปัดฝุ่น กระตุกต่อมเที่ยวให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง กับ Destination ที่ท้าท้ายความร้อนแรงแห่งตะวันออกกลาง นั่นก็คือ ประเทศโอมาน

โอมาน หรือชื่อเต็มๆ รัฐสุลต่านโอมาน (سلطنة عُمان) Sultanate of Oman หนึ่งในดินแดนอาหรับของภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้บนคาบสมุทรอาหรับ ล้อมรอบด้วยประเทศเยเมน ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีกรุงมัสกัต (Muscat) เป็นเมืองหลวง

ถ้านึกถึงที่เที่ยวโอมาน ภาพที่ลอยมาก็คงเป็นทะเลทราย ภูเขา และความร้อนของแสงแดดที่แทบจะกลืนน้ำลายตั้งแต่ยังไม่เริ่มออกเดินทาง แต่ก็เอาวะ...ไม่ได้เที่ยวนาน ไปโอมาน ก็คงเป็นอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในสภาพภูมิประเทศแบบนี้ แต่โชคดีที่ได้ไปช่วงหน้าหนาว ยังมีลมเย็นให้คลายร้อนบ้างในช่วงตอนกลางคืน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 18-40 องศา ถ้าช่วงหน้าร้อนก็ทะลุไปถึง 45 องศา

และใครจะไปรู้ว่าในโอมาน ก็ยังมีความสดชื่นของธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นทะเล ต้นไม้ ให้ได้คลายร้อนกัน

เตรียมตัวออกเดินทาง...
  • ทริปนี้ใช้เวลา 7 วัน 19-25 ตุลาคม 2565 เป็นการเที่ยวแบบ Road Trip

  • บินไปโอมาน ใช้เวลาประมาณ 6.30 ชม. มีทั้งบินตรงของ Oman Air หรือใครสะดวกต่อเครื่องก็มีอีกหลายเส้นทาง

  • ปัจจุบันทางโอมาน ให้ ฟรีวีซ่า Passport ไทยอยู่ได้ไม่เกิน 14 วัน แต่เดิมต้องทำ Visa On Arrival หรือทำผ่านออนไลน์ไปก่อนได้ (เงื่อนไขวีซ่า ต้องคอยอัพเดตเรื่อยๆ)

  • การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศโอมาน ไม่มีขนส่งสาธารณะ อย่างรถเมล์ หรือรถไฟ มีแต่รถ Taxi แบบเหมา หรือเช่ารถขับเอง (ก็น้ำมันเค้าถูกอะเนอะ)

  • ควรหาไกด์ท้องถิ่นที่ดูน่าเชื่อถือ และติดต่อคอนเฟิร์มกันให้เรียบร้อยล่วงหน้าก่อนเดินทาง

  • เงินโอมานใช้สกุล OMR (Omani Rial) แลกจากไทยไปได้ แต่ร้านมีให้แลกน้อย (1 OMR 100 บาท) เอาเงิน USD และบัตรเครดิต ติดเผื่อไปด้วย

  • SIM Card สำหรับใช้อินเตอร์เน็ต ถ้าใช้ Local SIM จะไม่สามารถเล่น LINE ได้ ต้องเปิด VPN เลยตัดสินใจซื้อซิม SIM2Fly ของ AIS เปิด Roaming จากไทยในราคา 399 ได้ถึง 10GB/10 วัน สัญญาณอยู่ในระดับดี ยกเว้นบางพื้นที่ อย่างเช่นกลางทะเลทราย หรือหุบเขา

  • เอกสารอื่นๆ ที่ควรมีติดตัวไปด้วย ตั๋วเดินทางไปและกลับ พร้อม International Certificate of COVID-19 Vaccination, เอกสารยืนยันการจองโรงแรม ระดับ 4 ดาวขึ้นไป, เอกสารรับรองการทำงาน, แพลนการท่องเที่ยว หรือ Email จากไกด์ที่คุยไว้, ประกันการเดินทาง

  • เวลาที่โอมาน ช้ากว่าไทย 3 ชม. (GMT+4)

Day 1 พร้อมแล้ว Let's Go to Oman

สำหรับการมาประเทศโอมาน ทริปนี้ เราเลือกบิน indiGo เปลี่ยนเครื่องที่อินเดีย เพราะเป็นช่วงบอลโลก ค่าตั๋วโซนนั้นราคาแรงมาก โดยรวมแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร แค่เตรียมเอกสารการเดินทางใบจองจองโรงแรม หรือ Contact ที่ติดต่อ Local Tour ไว้ให้พร้อม

ผ่านไป 4 ชม.ครึ่ง ถึงสนามบินมุมไบ ประเทศอินเดีย กลับต้องมาลุ้นกับเวลา เพราะไม่คิดว่าการเปลี่ยนเครื่องที่นี่จะต้องใช้เวลา และขั้นตอนมากขนาดนี้ ทั้งต้องรอเรียกรวมกลุ่ม ผดส.เปลี่ยนเครื่อง เพื่อเดินไปรอคิวตรวจตั๋ว ตรวจสัมภาระ เสียเวลาไปเกือบ 1 ชม.

ออกจากมุมไบ มุ่งหน้าสู่ มัสกัต อีกประมาณ 2 ชม.ครึ่ง ก็ Landing เป็นที่เรียบร้อย มารอคิว ตม.ประมาณครึ่ง ชม. ใช้เวลาตรวจ Passport ไม่นาน ถามแค่มาจากไหน มากี่วัน ก็สแตมป์ผ่านเรียบร้อย

Welcome To Oman

หลังออกมาจากสนามบินก็สัมผัสอากาศด้านนอกรู้สึกว่ายังเย็นสบาย ประมาณ 20 องศา ชิลๆ แต่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เจอแดดแล้วจะเป็นยังไง พอเจอกับไกด์แล้ว ก็พากันไปส่งที่โรงแรม Centara Muscat Hotel Oman อยู่ไม่ไกลจากสนามบิน จะได้มีเวลาพักเก็บแรงให้เต็มที่ เพราะวันที่เหลือยังไม่รู้ว่าจะได้นอนที่ไหนบ้าง

Day 2 Muscat - Wadi Arbaeen - Bimmah Sinkhole- Nizwa

ตื่นเช้าออกมารับแสงแดดซะหน่อย ประมาณ 9 โมงครึ่ง โอ้ยย แม่เจ้าโว้ยยย ร้อนชิบหายยยย แทบไหม้!! แต่ก็พร้อมลุย

สไตล์บ้านเมืองของที่นี่ จะเน้นโทนสีขาว เพราะจะช่วยลดการดูดซับความร้อนจากแสงแดดได้ดีกว่า อย่างเวลาเราอยู่กลางแจ้งร้อนจัดๆ พอเข้าที่ร่มจะรู้สึกเย็นสบายขึ้นมาทันที

รถพร้อม เสบียงพร้อม และน้องซาอิด ไกด์ของเรา จะเป็นคนขับรถพาเที่ยว กินนอนอยู่กับเราไปตลอดทริปนี้ คุยกันสนุก เมาท์มอยกันตลอดทาง

ข้าวเช้ามื้อแรกที่โอมาน ก็ประเดิมด้วยอาหารพื้นเมืองที่ร้าน Dukanah Cafe กินแบบสไตล์อาหรับ คนที่นี่จะใช้มือกินข้าวรวมกันในจานเดียว แต่ถ้าเราไม่ถนัดใช้ช้อนก็ได้

อิ่มแล้วก็ออกเดินทางกันต่อยาวๆ มุ่งหน้าออกนอกเมืองใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 45 นาที ระยะทาง 125 กม.

ข้อดีของการจ้างไกด์ท้องถิ่น เค้าจะรู้และชำนาญเส้นทางมากกว่า ระหว่างทางอยากแวะถ่ายรูปตรงไหนก็ได้

แต่ถ้าใครอยากขับรถเที่ยวเองก็ไม่ยาก น้ำมันก็ถูก ถนนหนทางก็ดี แต่ก็จะมีบางช่วงต้องผ่านด่านตรวจ หรือเจอสภาพภูมิประเทศที่เป็นเนินเขา หรือทะเลทราย มีไกด์คอยขับให้ก็สบายใจละ

ผ่านเส้นทางขึ้นเขามาถึง Wadi Arbaeen (وادي العربيين) เป็นจุดหมายแรก

Wadi แปลว่า บริเวณลำน้ำหรือลำธาร หรือบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ในทะเลทราย ที่นี่เป็นหนึ่งในหุบเขาที่สวยที่สุดในโอมาน มีหมู่บ้านเล็กๆ ที่รายล้อมไปด้วยต้นปาล์ม อินทผลัม และมีแอ่งน้ำจืด น้ำตก โขดหินน้อยใหญ่ สามารถลงเล่นน้ำคลายร้อนได้ (แต่เพิ่งมาที่แรกยังไม่อยากเปียก ขอดูวิวสวยๆไปก่อนดีกว่า)

จากนั้นไปต่อกันที่ Bimmah Sinkhole (هوية نجم) ที่อยู่ไม่ไกล ขับรถไปประมาณ 45 นาที ระยะทาง 21 กม. เป็นหนึ่งในสถานที่น่ามหัศจรรย์ของโอมาน เพราะมีลักษณะเป็นหลุมน้ำสีเขียวมรกตใสขนาดใหญ่มีความกว้างประมาณ 50 x 70 เมตร ลึก 20 เมตร และมีน้ำทะเลไหลซึมผ่านเข้ามา กลายเป็นโอเอซิสที่ให้คนมาเล่นน้ำพักผ่อนกัน ลงไปเล่นน้ำให้ปลาตัวน้อยๆคอยตอดเล่นเพลินดี

ที่นี่เป็นน้ำเค็ม ถ้าใครจะลงเล่นแล้วเดินทางต่อ ไม่มีห้องน้ำให้อาบนะ ถ้าอยากจะล้างตัวมีแต่ห้องส้วมกับสายฉีดก้น เราเลยยอมปล่อยให้ตัวแห้งนั่งรถไปต่อแล้วกัน

ระหว่างทางพระอาทิตย์กำลังจะตก ก็เลยได้แวะนั่งปิคนิค ริมหน้าผาดูวิวทะเล บรรยากาศโคตรดี

ทีแรกแพลนเราจะไป Wadi อีกที่ และตั้งแคมป์นอนกันคืนนี้ แต่เวลาไม่ทัน ไกด์ก็เลยพาเราไปเมือง Nizwa (نِزْوَى) ต่อเลย อีกประมาณ 4 ชม. ระยะทาง 280 กม. และยังช่วยหาที่พักให้ เพราะสภาพแต่ละคนอยากอาบน้ำมาก วนหาอยู่นานจนมาได้ที่ Naaman Bin Al Munther Villa เป็นเกสต์เฮ้าส์แบบธรรมดาๆ แต่ข้างในตกแต่งได้อลังการมาก

คืนนี้ยังไม่จบ หลังจากอาบน้ำเสร็จ สบายตัวละ ก็เริ่มหิว เลยชวนออกไปหา Seafood กินกันที่ร้าน Angry Crab กันต่อ

เมนูคล้ายๆ กุ้งถัง เสิร์ฟพร้อมข้าวแบบจุกๆ กินกันได้ 3-4 คน หลับสบายละคืนนี้...

Day 3 Nizwa - Jabal Shams

ออกมารับแสงยามเช้าเดินเล่นแถวตลาด Nizwa Souq (سوق نزوى المركزي) กันหน่อย เพราะอยู่ไม่ไกลจากที่พัก ช่วงเช้าคนกำลังคึกครื้น

Nizwa (نِزْوَى) อดีตเมืองหลวงเก่าของโอมาน อยู่ห่างจากเมืองมัสกัต ประมาณ 150 กม. แลนด์มาร์คสำคัญของที่นี่ก็คือป้อมปราการ Nizwa Fort (قلعة نزوى) ที่อยู่ติดกับตลาด Nizwa Souq

ที่ตลาด Nizwa นี้ มีของขายเยอะมาก แบ่งเป็นโซนๆ โซนของเก่า ผักผลไม้ อาหารทะเล เนื้อสัตว์ เครื่องเทศ และอีกมากมาย